8 ข้อห้ามคนท้อง ควรไม่ทำหรือหลีกเลี่ยง

ข้อห้ามคนท้อง

แน่นอนว่าเมื่อตั้งครรภ์แล้วการดูแลตัวเองของคุณแม่ย่อมส่งผลไปถึงลูกในท้องไม่มากก็น้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่คุณแม่จะต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อให้ลูกน้อยในครรภ์มีพัฒนาการที่ดีในด้านต่างๆอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุดก่อนคลอด ข้อห้ามคนท้อง ทั้ง 10 ข้อนี้ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญโดยอ้างอิงเหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยไม่เกี่ยวข้อกับความเชื่อแต่อย่างใด

9 ข้อห้ามคนท้อง ที่ควรระวัง

1. ห้ามสูบบุหรี่และดื่มแอลกอร์ฮอร์ : อันนี้หมายรวมถึงการสูบสารเสพติดอื่นๆด้วยทั้งหมด เพราะจะส่งผลกระทบโดยตรงกับการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์ ในส่วนเครื่องดื่มทุกชนิดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอร์ ทั้งหมดส่งผลกระทบต่อลูกในท้องแน่นอน สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นมีหลายข้อด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาการที่ช้าลงกว่าปกติ หรือ มีโอกาศคลอดก่อนกำหนดสูงกว่าคนอื่นๆ และยังส่งผลไปถึงหลังคลอดด้วย ทารกอาจมีโอกาศความผิดปกติได้

2. ห้ามรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ : อันนี้ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนควรปฏิบัติอยู่แล้วไม่ว่าจะตั้งครรภ์อยู่หรือไม่ ยิ่งเมื่อตั้งครรภ์ อาหารที่กินเข้าไปส่งผลถึงลูกน้อยโดยตรงทันที ก็ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ หลักๆที่ไม่ควรทานเลยได้แก่ อาหารที่มีรสจัด ไม่ว่าจะเป็น เผ็ด เค็ม หวาน มัน หรืออาหารที่สุกๆดิบๆ รวมถึงของหมักของดอง และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนต่างๆด้วยก็ควรหลีกเลี่ยงให้ได้เป็นดีที่สุด

3. ห้ามเครียด : ข้อนี้ก็เช่นกัน ความเครียดส่งผลกระทบต่อทุกๆคนไม่ว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อตั้งครรภ์ จึงส่งผลไปถึงลูกน้อยของคุณด้วยและถือว่าค่อนข้างร้ายแรงไม่น้อย ทำให้มีโอกาศไม่ดีต่างๆเกิดขึ้นได้ เช่น มักคลอดก่อนกำหนดหรือมีน้ำหนักตัวที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ลูกน้อยมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคสมาธิสั้นและโรคในกลุ่มออทิสติกเป็นต้น และอาจส่งผลถึงสภาพจิตใจและการปรับตัวทางสังคมอีกด้วย

4. ห้ามอบไอน้ำ หรืออบซาวหน้า : คุณแม่หลายๆคนที่ชอบทำกิจกรรม 2 อย่างนี้ควรระวัง เพราะความร้อนจะทำให้ร่างกายของคุณแม่ ขาดน้ำและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย ส่งผลให้เลือดมีความเข้มข้นมากขึ้น ทำให้เส้นเลือดอุดตัน เลือดจึงไปเลี้ยงที่ทารกได้น้อยลง โดยผลกระทบอาจรุนแรงถึงขั้นแท้งได้เลยทีเดียว

5. ห้ามลดน้ำหนัก : การตั้งครรภ์ อย่างหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรูปร่างที่ต้องเปลี่ยนไปตามธรรมชาติอยู่แล้ว คุณแม่บางคนอาจจะไม่พอใจกับรูปร่างและน้ำหนักของตนเองระหว่างตั้งครรภ์ แต่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะลดน้ำหนักหรืออดอาหาร เพราะจะทำให้ลูกในครรภ์พัฒนาได้ไม่สมบูรณ์เท่าที่ควรหรืออาจส่งผลให้คลอดก่อนกำหนดได้เลย แต่การที่ทานมากเกินไปก็ใช่ว่าจะดีเพราะก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้เช่นกัน ดังนั้นการกินแต่พอดีให้ครบทั้ง 5 หมู่ และทานยาบำรุงตามที่คุณหมดแนะนำถือเป็นเรื่องดีที่สุด น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาหลังจากคลอดสามารถลดลงได้จากการให้นมบุตรและการดูแลตัวเองที่ดี เท่านี้คุณแม่ก็จะกลับมาหุ่นดีได้ดังเดิมแล้ว

6. ห้ามยืนหรือนอน นานๆ : คุณแม่ที่ตั้งครรภ์และมีอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไป การยืนหรือนอนเป็นเวลานอนๆจะทำให้ปวดหลังได้ง่าย ทั้งยังทำให้ขาและเท้าบวมมากขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมอีกด้วย หรือหากนอนนานๆน้ำหนักครรภ์ที่มีมากนั้นก็จะส่งผลการกดทับลงมาที่กระเพาะอาหารและลำไส้ เกิดการจุกเสียด แน่นท้องหรือไปกดทับเส้นเลือดทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เกิดการหน้ามืดเป็นลมได้ จึงควรเปลี่ยนท่าทุกๆ 1-2 ชั่วโมงหรือยืดเส้นยืดสายบ่อยๆก็ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

7. ห้ามออกกําลังกายรุนแรง : หากต้องการออกกำลังกายในขณะตั้งครรภ์ ควรออกเพียงเบาๆ อย่าหักโหมหรือรุนแรงและไม่ควรทำต่อเนื่องนานๆหรือเกิน 30 นาที เพราะจะทำให้ร่างกายมีความร้อนสูงจนเกินไปส่งผลต่อลูกในครรภ์ได้ และระหว่างที่ออกกำลังกายควรพักดื่มน้ำทุกๆ 10-15 นาทีด้วย แต่สำหรับบางคนที่ร่างกายแข็งแรงมากๆก็อาจจะออกกำลังกายได้มากกว่าคนทั่วไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรปรึกษาหมอที่ดูแลครรภ์และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพราะคุณแม่แต่ละคนความแข็งแรงของร่างกายไม่เท่ากัน

8. ห้ามทานยาพร่ำเหรื่อ : ช่วยที่ควรระวังมากที่สุดคือช่วง 3 เดือนแรก เพราะถึงแม้ยาจะช่วยรักษาโรค แต่ในตัวยาก็มีสารต่างๆอยู่ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ใน 3 เดือนแรกนั้นมีความอันตรายสูงสุด เพราะตัวยาบางตัวส่งผลให้เด็ก เจริญเติบโตช้า แขนขาพิการ หรือเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ได้เลย ยาที่ต้องระวังมีหลากหลายชนิด ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาคุณหมอที่ดูแลครรภ์ก่อนจะทานยาต่างๆ ไม่ควรซื้อมาทานเองเป็นอย่างยิ่ง

9. ห้ามดื่มนมเกินวันละ 1 แก้ว : ข้อนี้หลายๆคนคงจะสงสัยว่าการดื่มนมมากๆ ก็เป็นการช่วยเสริมแคลเซียมให้กับลูกในครรภ์ไม่ใช่หรือ แต่อย่าลืมว่าในนมมีส่วนผสมอื่นๆอีกด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อทานเข้าไปมากๆก็จะส่งผลเสียต่อทารกด้วยเช่นกัน จึงควรดื่มเพียงวันละ 1 แก้วก็พอ หากต้องการเสริมแคลเซียมให้กับลูกน้อยให้ไปเสริมจากอาหารชนิดอื่นๆแทน จะส่งผลดีและเป็นประโยชน์มากกว่า และการดื่มนมมากไปอาจส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงการแพ้โปรตีนในนมวัวของลูกได้

นี่คือ 9 ข้อห้ามคนท้องที่ไม่ง่ายเลย แต่หากใจเราได้ ก็ถือว่าไม่ได้ยากจนเกินไปเพราะแต่ละข้อเป็นเรื่องทั่วๆไปเพียงแค่ต้องปฏิบัติอย่างมีวินัยเท่านั้น

Posted in ถาม-ตอบ.